ไม่มีใครเขี่ยเราพ้นทางได้! หงส์แดงกับ 8 นัดสุดท้ายในลีก

ลิเวอร์พูลทำหน้าที่ไล่ล่าอย่างไม่ลดละ ถึงขั้น เจอร์เก้น คลอปป์ บอกว่า “ไม่มีใครเขี่ยเราพ้นทางได้” นี่คืออาการหลังจบนัดที่ 30 พร้อมทั้งเก็บแต้มมากถึง 73 แต้ม

    ลิเวอร์พูล ไม่เคยทำแต้มได้มากเท่านี้ในยุคพรีเมียร์ลีก ยุคราฟา 2008-09 เบียดแย่งกับแมนฯยูฯ ทำได้ 64 แต้ม

    ยุค โค้ชวิชาการ 2013-14 ตามเชลซี “จ่าฝูง” ทำได้ 65 แต้ม ก่อนแซงเชลซี และสามนัดสุดท้ายพลาด โดนแมนฯซิตี้ปาดหน้าคว้าแชมป์อย่างเจ็บปวด

    เคยมีแต้ม 73 สูงสุดแบบนี้อีกหรือไม่?? ย้อนเวลาคงไม่มีเพราะเมื่อก่อนนับแต้มชนะได้ 2 ก่อนปรับเปลี่ยนเป็น 3 แต้มในเวลาต่อมา

    งั้นเราคิดให้เท่ากันคือ…บวกแต้มชนะให้ 3 หมด นับตั้งแต่ปี 1892 (สโมสรก่อตั้ง)เป็นต้นมา… นี่คือครั้งที่ 3 ที่หงส์ทำแต้มมากสุด เมื่อผ่าน 30 เกมของฤดูกาลบอลอาชีพ

    ครั้งแรกอยู่ดิวิชั่นสองเดิม ซีซั่น 1904-05 ครั้งต่อมายุคดิวิชั่นหนึ่งเดิม ซีซั่น 1987-88  เซอร์ เคนนี ดัลกลิช พาทีมคว้าแชมป์ไปครอง

    ทีมที่มีผลงานสุดยอดสุดคือแมนฯซิตี้เมื่อถึง 30 นัด ชุดแชมป์ของเป๊ป ปีที่แล้วกวาดไป 81 แต้ม  ก่อนมุ่งหน้าคว้าแชมป์สบายเกือก

    สถิติบอกว่าซีซั่น 2011-12 แมนฯยูฯ โกย 73 แต้ม นำฝูงบอลพรีเมียร์ลีกก่อนโดนแมนฯซิตี้คว้าแชมป์ ด้วยผลต่างประตูได้เสียในเกมสุดท้ายพอดี

    เอาเถอะครับ…ถ้าเทียบส่วนตัวของลิเวอร์พูลเอง ซีซั่นนี้ทำแต้มเพิ่มได้สุดยอด  แถมลดช่องว่างกับแมนฯซิตี้ลงได้สุดเยี่ยม

    หากเทียบกับซีซั่นที่แล้ว แมนฯซิตี้ ได้ 81 แต้มใน 30 เกม แทบจะแบเบอร์คว้าแชมป์ ทิ้งอันดับสองแมนฯยูไนเต็ด ของ โชเซ มูรินโญ่ 16แต้ม ช่วงเวลานั้นลิเวอร์พูลมี 60 แต้มอยู่ที่ 4  ตาม “เรือใบ” 21 แต้ม

    ปีนี้เรือใบแต้มหายไป 7 ส่วนหงส์เพิ่มมา 13 ครึ่งต่อครึ่งที่มาตรฐานเรือใบดรอปลง หงส์กลับพุ่งแรง

    ผลงานดีขึ้นลิบลับ…

    แบบนี้แฟนหงส์ต้องพอใจสิครับ  มันก็ถูกในมุมนี้ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดและดีเพียงพอสำหรับการคว้าแชมป์

    พวกเขาต้องอยู่เหนือ แมนฯซิตี ให้ได้ หรือต้องมีแต้มห่างระยะปลอดภัย 5-7 แต้ม อย่างที่พวกเขาเคยนำมาช่วงปลายปีที่แล้ว

    โอเค…มันยาก เราเข้าใจกันได้ แต่ถ้าเป็นไปแบบนี้ ได้ลุ้น…ได้เสียว…ได้ตื่นเต้น นัดต่อนัด

    มันมีปัจจัยแวดล้อมมาส่งผลต่อการลุ้นแชมป์

1 จำนวนนัดที่มากกว่าของแมนฯซิตี้ (เล่นหลายถ้วย)

2 สภาพทีม

3 โปรแกรมแข่งก่อนและหลัง

4 ประสบการณ์แชมป์

    ตอนนี้ผมมองเรื่องข้อ 3+4 มากกว่า เพราะมันมีผลเรื่องแข่งก่อนแข่งหลัง นับจากนี้แม้”เรือใบ” ได้เปรียบนิดๆหน่อยๆ 

    ในแง่ประสบการณ์แชมป์และแต้มนำ 1 คะแนน  แต่พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์พลาดเช่นกัน

    โดยเฉพาะลิเวอร์พูลเองนั้นถ้ายังเกาะติดแบบนี้ มีโอกาสพลิกสถานะการณ์มาเข้าทางตัวเอง ลองดูโปรแกรม 8 นัดสุดท้ายกันครับ

นัดที่ แมนฯซิตี้ (74 แต้ม) – ลิเวอร์พูล (73 แต้ม)

31 30มี.ค. (ย) ฟูแล่ม 17 มี.ค. (ย) ฟูแล่ม

32 6เม.ย.(ห)คาร์ดิฟฟ์ 31 มี.ค. (ห) สเปอร์ส

33 14เม.ย. (ย) พาเลส 5 เม.ย. (ย) เซาแฮมป์ตัน

34 20เม.ย. (ห) สเปอร์ส 14เม.ย. (ห) เชลซี

35 24 เม.ย. (ย) แมฯยูฯ 21 เม.ย. (ย) คาร์ดิฟฟ์

36 28 เม.ย. (ย) เบิร์นลีย์ 26 เม.ย. (ห) ฮัดเดอร์สฟิลด์

37 4 พ.ค. (ห) เลสเตอร์ 4 พ.ค. (ย) นิวคาสเซิล

38 12 พ.ค. (ย) ไบรท์ตัน 12 พ.ค. (ห) วูล์ฟแฮมป์ตัน

    ดูนะครับ….โปรแกรมนัดที่ 31 หงส์เตะก่อน (17มี.ค.)  จากนั้นเบรกทีมชาติ ยาวจนสิ้นเดือน  แล้วแมนฯซิตี้ เตะอีกครั้ง เสาร์ที่ 30 มี.ค. พวกเขาลงสนามก่อนหงส์แดงและนัดที่ 31 เท่ากัน

    จากนั้นนัดที่ 32 ลิเวอร์พูลก็แข่งก่อน แต่เป็นการพบกับ สเปอร์ส  และตอนนั้นจะทราบว่าแมนฯซิตี้คือ “จ่าฝูง” ต่อหรือพลาดต่อฟูแล่ม (ไม่น่าพลาดนะ)

    ความกดดันของ “หงส์แดง” จะเกิดขึ้นมากมาย เพราะแขกที่มาเยือนคือสเปอร์ส ทีมคุณภาพทีมหนึ่ง

    ถ้าผ่านสองเกมนี้ไปได้ ไม่ว่าจะตาม 1 หรือแซงนำเรือใบ พวกเขากุมสถานะการณ์ในมือตัวเองแน่ๆ

    ด้วยเพราะ “เรือใบ”จะแข่งทีหลัง 1 นัด ไปจนกว่าจะถึงเกมที่ 36  ที่โปรแกรมจะกลับมาเท่ากัน

    ปฏิเสธไม่ได้ว่าโปรแกรมแข่งก่อนและหลังมีผล มันมีผลเชิงจิตวิทยาต่อการลุ้นแชมป์แน่นอน

     สิ่งที่เจอร์เก้น คลอปป์ ต้องจัดการให้ได้คือ…คอนโทรลสภาวะทางใจของลูกทีม สร้างความเชื่อมั่นให้นักเตะ เหมือนที่เขาบอก โม ซาลาห์ เล่นดีสุดนัดถล่มเบิร์นลีย์

    เริ่มต้น เกมที่ 31 อาทิตย์ที่ 17 มี.ค. เยือนฟูแลม ปฏิบัติการยึดจ่าฝูงกลับมาก่อน… จากนั้นรอดูเกมที่ 32 เมื่อต้องรับมือกับสเปอร์ส

    ผมมองว่าถ้าสองเกมนี้ “หงส์แดง” ขึ้นจ่าฝูงได้ ความกดดันจะตกไปอยู่กับ “เรือใบ” มากมายกว่าเดิม

    เพื่อลดความกดดันของตัวเอง….ลง ทีมJK ต้องโยนความกดดันไปให้ ทีมเป๊ป แบกบ้าง

    เหมือนเดือนธ.ค. ที่ ทีมเป๊ป ออกอาการเป๋ จนหงส์ทำแต้มนำถึง 10 คะแนน

    ลองติดตามกันดูครับ….สองนัดนับจากนี้ ลุ้นลุ้น ลุ้นลุ้น ลุ้นลุ้นนนนน

ขอขอบคุณ : Jackie

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *